การใช้ TradingView ครบทุกขั้นตอน 2026 คู่มือฟีเจอร์สำหรับนักเทรดไทย
หมวดหมู่: ซอฟต์แวร์การเทรด  
แท็ก: การใช้ tradingview  
วันที่เผยแพร่: 2025-7-15
การตัดสินใจลงทุนอย่างมั่นใจเริ่มจากการมีเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทั้งทรงพลังและใช้งานง่าย การใช้ TradingView เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับนักเทรดทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น หรือเทรดเดอร์มืออาชีพที่ต้องการฟีเจอร์วิเคราะห์เชิงลึก ด้วยการใช้ TradingView คุณสามารถวิเคราะห์กราฟ ติดตามแนวโน้ม และเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้มองเห็นโอกาสและวางแผนการเทรดได้แม่นยำยิ่งขึ้น
บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่จะสอนวิธีใช้ TradingView ทีละขั้นตอน ตั้งแต่การเริ่มต้นสมัคร การตั้งค่าพื้นฐาน ไปจนถึงการใช้งานฟีเจอร์ระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นการดูกราฟ การเพิ่มอินดิเคเตอร์ การวาดเส้นแนวโน้ม การตั้งค่าแจ้งเตือน หรือแม้แต่การสแกนหาสินทรัพย์ที่น่าสนใจ รับรองว่าอ่านจบแล้ว คุณจะสามารถใช้งาน TradingView ได้อย่างมืออาชีพและยกระดับการเทรดของคุณไปอีกขั้นแน่นอน
TradingView คืออะไร
TradingView คือแพลตฟอร์มดูกราฟวิเคราะห์ทางเทคนิคและโซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับนักเทรด ที่รวมข้อมูลสินทรัพย์ทั่วโลกไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น ฟิวเจอร์ส ฟอเร็กซ์ (Forex) คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) และสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ
จุดเด่นของ TradingView คือการเป็นมากกว่าแค่โปรแกรมดูกราฟ แต่เป็น Ecosystem ที่ครบวงจร ที่คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลราคาแบบเรียลไทม์ โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่หลากหลาย ติดตามข่าวสาร แลกเปลี่ยนไอเดียกับนักเทรดคนอื่น ๆ ทั่วโลก และแม้กระทั่งทดลองเทรดด้วยเงินจำลอง
TradingView เหมาะกับใคร และทำไมถึงฮิตในกลุ่มนักเทรดไทย
TradingView เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่ที่ต้องการเรียนรู้พื้นฐานการดูกราฟ นักเทรดสายเทคนิคที่ต้องใช้เครื่องมือวิเคราะห์ที่หลากหลาย ไปจนถึงนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการติดตามแนวโน้มราคาและข่าวสารสำคัญ
เหตุผลที่คนไทยนิยมใช้งาน TradingView ก็เพราะเครื่องมือนี้มีการงานที่ง่ายและมีฟีเจอร์ครบครัน เช่น
- ข้อมูลครบถ้วน: รองรับตลาดหุ้นไทย SET, mai TFEX, หุ้นต่างประเทศชั้นนำ, และตลาดคริปโต (Cryptocurrency) ยอดนิยมที่คนไทยให้ความสนใจ ทำให้ไม่พลาดทุกโอกาสในการลงทุน
- ใช้งานง่าย: หน้าตาโปรแกรม (User Interface - UI) ทันสมัย สะอาดตา และเข้าใจง่าย แม้เป็นมือใหม่ก็สามารถเรียนรู้วิธีใช้ TradingView ได้อย่างรวดเร็ว
- แผนฟรีทรงพลัง: เพียงแค่เวอร์ชันฟรีก็มีเครื่องมือและฟีเจอร์ที่เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นวิเคราะห์กราฟและวางแผนการเทรด ทำให้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน
- ชุมชน (Community): มีนักเทรดไทยจำนวนมากที่ใช้งาน TradingView และมีการแชร์ไอเดียการเทรด มุมมองตลาด และกลยุทธ์ต่าง ๆ ผ่านฟีเจอร์ Social Network ของแพลตฟอร์ม ทำให้เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์
วิธีสมัครและตั้งค่าบัญชี TradingView ฟรี
การเริ่มต้นการใช้ TradingView นั้นง่ายมาก เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1: เข้าสู่เว็บไซต์ TradingView เปิดเว็บเบราว์เซอร์ของคุณแล้วไปที่เว็บไซต์ทางการของ TradingView (พิมพ์ “TradingView” ใน Google เสิร์ช)
ขั้นตอนที่ 2: การเลือกสมัคร (ผ่านอีเมล, Google, หรือ Facebook) เมื่อเข้าสู่หน้าเว็บ ให้มองหาปุ่ม “Get started” หรือ “Join for free” ที่มุมขวาบนของหน้าจอ จากนั้นคุณสามารถเลือกสมัครได้หลายวิธี ดังนี้
- สมัครด้วยอีเมล: กรอกอีเมลและรหัสผ่านที่คุณต้องการ
- สมัครผ่าน Google: ล็อกอินด้วยบัญชี Google ของคุณโดยตรง
- สมัครผ่าน Facebook: ล็อกอินด้วยบัญชี Facebook ของคุณ
ขั้นตอนที่ 3: การยืนยันตัวตนและตั้งค่าโปรไฟล์เบื้องต้น หลังจากเลือกวิธีการสมัครแล้ว ระบบอาจขอให้คุณยืนยันอีเมล (หากสมัครด้วยอีเมล) หรืออนุญาตการเข้าถึงข้อมูลพื้นฐาน (หากล็อกอินด้วย Google/Facebook) จากนั้นคุณสามารถตั้งชื่อผู้ใช้งานและอัปโหลดรูปโปรไฟล์ได้ตามต้องการ
ขั้นตอนที่ 4: การตั้งค่า Watchlist เพื่อติดตามหุ้นไทยหรือสินทรัพย์ที่สนใจ เมื่อเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ส่วนสำคัญแรกที่ควรตั้งค่าคือ Watchlist หรือรายการสินทรัพย์ที่คุณสนใจติดตาม
- มองหาแท็บ Watchlist ที่ด้านขวาของหน้าจอ (โดยปกติจะอยู่ด้านบนของแถบด้านข้าง)
- คลิกที่เครื่องหมาย + หรือ “Add Symbol”
- พิมพ์ชื่อหุ้นไทย (เช่น BBL, PTT), ดัชนี (เช่น SET), สินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น Gold), หรือคู่เหรียญคริปโต (เช่น BTCUSD, ETHUSDT) ที่คุณต้องการติดตาม จากนั้นกด Enter หรือคลิกเลือกสัญลักษณ์ที่ถูกต้อง สินทรัพย์นั้นจะถูกเพิ่มเข้าไปใน Watchlist ของคุณทันที
ขั้นตอนที่ 5: เชื่อมต่อ TradingView กับบัญชี FXCM
TradingView สามารถเทรดผ่าน FXCM ได้โดยตรง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- เปิดหน้ากราฟบน TradingView
- เลื่อนลงไปที่ “Trading Panel” ด้านล่างของกราฟ
- เลือก “FXCM” จากตัวเลือกโบรกเกอร์ที่รองรับ
- คลิก “Connect” แล้วล็อกอินด้วยข้อมูลบัญชี FXCM จริงของคุณ
- เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ คุณสามารถเปิด-ปิดออเดอร์ ดูสถานะการเทรด และจัดการคำสั่งได้ทันทีบน TradingView
วิธีดูกราฟและเปลี่ยน Timeframe
หน้าต่างกราฟคือหัวใจสำคัญของ TradingView การทำความเข้าใจส่วนประกอบต่าง ๆ และ การใช้ TradingView ในการปรับแต่งกราฟจะช่วยให้คุณวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพรวมหน้าจอ
- แถบเครื่องมือวาด (Drawing Tools): อยู่ทางด้านซ้ายมือ ประกอบด้วยเครื่องมือต่าง ๆ สำหรับวาดเส้น รูปร่าง หรือข้อความบนกราฟ
- แถบเครื่องมือบน (Top Toolbar): อยู่ด้านบนของกราฟ ประกอบด้วยการเปลี่ยน Timeframe รูปแบบกราฟ การเพิ่มอินดิเคเตอร์ และฟังก์ชันอื่นๆ
- หน้าต่างกราฟ (Chart Window): ส่วนกลางของหน้าจอ แสดงการเคลื่อนไหวของราคา
- Watchlist: แถบด้านขวา แสดงรายการสินทรัพย์ที่คุณติดตาม
การเปลี่ยน Timeframe Timeframe คือกรอบเวลาที่ใช้แสดงข้อมูลราคาในแต่ละแท่งเทียนหรือแต่ละจุดบนกราฟ การเปลี่ยน Timeframe มีความสำคัญอย่างยิ่งในการวิเคราะห์ เนื่องจากมุมมองในแต่ละกรอบเวลาจะแตกต่างกันไป
- ที่แถบเครื่องมือด้านบน ให้มองหาตัวเลขและหน่วยเวลา (เช่น “1D” สำหรับ 1 วัน หรือ “4H” สำหรับ 4 ชั่วโมง)
- คลิกที่ปุ่มนั้น จะมีเมนู Timeframe ปรากฏขึ้นมาให้เลือก เช่น 1 นาที, 5 นาที, 15 นาที, 1 ชั่วโมง, 4 ชั่วโมง, รายวัน (Daily), รายสัปดาห์ (Weekly), และรายเดือน (Monthly)
- ความสำคัญของแต่ละ Timeframe:
- Timeframe สั้น (เช่น 1M, 5M, 15M): เหมาะสำหรับนักเทรดระยะสั้น (Day Trade หรือ Scalping) เพื่อจับจังหวะเข้าออกที่แม่นยำ
- Timeframe ปานกลาง (เช่น 1H และ 4H): เหมาะสำหรับนักเทรดระยะกลาง (Swing Trade) เพื่อดูกระแสและแนวโน้มในระยะที่กว้างขึ้น
- Timeframe ยาว (เช่น 1D, 1W และ 1M): เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาว เพื่อดูภาพรวมแนวโน้มใหญ่ของสินทรัพย์
การปรับแต่งกราฟ:
- การเปลี่ยนรูปแบบกราฟ: ที่แถบเครื่องมือด้านบน ถัดจาก Timeframe จะมีปุ่มสำหรับเปลี่ยนรูปแบบกราฟ คุณสามารถเลือกได้หลากหลาย เช่น แท่งเทียน (Candlesticks) ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุด, เส้น (Line), บาร์ (Bars) หรือพื้นที่ (Area)
- การเปลี่ยนสี: คุณสามารถคลิกขวาที่ตัวกราฟ เลือก “Settings…” แล้วไปที่แท็บ “Symbol” เพื่อปรับสีของแท่งเทียนหรือเส้นกราฟได้ตามความชอบ
วิธีเพิ่มอินดิเคเตอร์ (Indicators) ยอดนิยม
อินดิเคเตอร์คือเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อขาย เพื่อให้เห็นสัญญาณและแนวโน้มที่ซ่อนอยู่ การเพิ่มอินดิเคเตอร์ในการใช้ TradingView นั้นง่ายมาก:
ขั้นตอนการเพิ่ม Indicator
- ที่แถบเครื่องมือด้านบนของกราฟ ให้คลิกที่ปุ่ม “Indicators” (ปกติจะเป็นรูปสัญลักษณ์ fx)
- หน้าต่างค้นหาจะปรากฏขึ้นมา ให้คุณพิมพ์ชื่ออินดิเคเตอร์ที่คุณต้องการ (เช่น RSI, MACD, Moving Average)
- คลิกที่ชื่ออินดิเคเตอร์นั้น อินดิเคเตอร์ก็จะปรากฏบนกราฟของคุณทันที
หมายเหตุ: ในแผนฟรี สามารถเพิ่มอินดิเคเตอร์ได้สูงสุด 3 ตัวต่อกราฟ หากต้องการใช้งานหลายตัวพร้อมกัน อาจต้องอัปเกรดเป็นแผนแบบชำระเงิน
ตัวอย่างการตั้งค่า Indicator ยอดนิยม
- RSI (Relative Strength Index)
- การใช้งาน: ใช้ดูภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือขายมากเกินไป (Oversold) ของสินทรัพย์
- การตั้งค่า: หลังจากเพิ่ม RSI แล้ว คุณสามารถดับเบิลคลิกที่ชื่อ RSI บนกราฟ หรือคลิกที่รูปฟันเฟืองข้างชื่อ RSI เพื่อเปิดหน้าต่าง Settings ที่แท็บ “Inputs” คุณสามารถปรับค่า Length (ค่าเริ่มต้นคือ 14) และที่แท็บ “Style” สามารถปรับสีเส้นและระดับ Overbought/Oversold ได้
- MACD (Moving Average Convergence Divergence)
- การใช้งาน: ใช้ดูโมเมนตัมของราคาและสัญญาณการกลับตัว โดยดูจากเส้น MACD และ Signal Line ตัดกัน
- การตั้งค่า: ปรับค่า Fast Length, Slow Length, และ Source (ค่าเริ่มต้นคือ 12, 26 หรือ 9) ได้ในหน้าต่าง Settings
- Moving Average (EMA/SMA)
- การใช้งาน: ใช้ดูแนวโน้มของราคา โดยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) จะช่วยลดทอนความผันผวนของราคา ทำให้เห็นแนวโน้มชัดเจนขึ้น
- การตั้งค่า: หลังจากเพิ่ม “Moving Average” แล้ว ให้ดับเบิลคลิกที่ชื่อเพื่อปรับค่า Length (เช่น 20, 50, หรือ 200 วัน), ชนิดของ MA (SMA - Simple Moving Average หรือ EMA - Exponential Moving Average) และสีของเส้น
ตีเส้น Trend Line และใช้ Fibonacci
เครื่องมือวาดบนกราฟเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ช่วยให้คุณระบุแนวรับ-แนวต้าน, แนวโน้ม, หรือหาเป้าหมายราคาได้ด้วยตนเอง
เครื่องมือวาด (Drawing Tools): แถบเครื่องมือวาดอยู่ทางด้านซ้ายของหน้าจอ TradingView มีเครื่องมือหลากหลาย เช่น เส้น, รูปทรง, ข้อความ, Fibonacci Retracement และอื่นๆ
วิธีตีเส้นแนวโน้ม (Trend Line)
- ที่แถบเครื่องมือวาด ให้คลิกที่ไอคอน “Trend Line” (มักจะเป็นเส้นตรงเฉียง ๆ)
- การลากเส้นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend Line): คลิกจุดแรกที่แนวรับของราคา (จุดต่ำสุดของแท่งเทียน) จากนั้นลากเมาส์ไปยังจุดที่สองที่เป็นแนวรับถัดไป แล้วปล่อยเมาส์ เส้นจะเชื่อมต่อจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ
- การลากเส้นแนวโน้มขาลง (Downtrend Line): คลิกจุดแรกที่แนวต้านของราคา (จุดสูงสุดของแท่งเทียน) จากนั้นลากเมาส์ไปยังจุดที่สองที่เป็นแนวต้านถัดไป แล้วปล่อยเมาส์ เส้นจะเชื่อมต่อจุดสูงสุดที่ต่ำลงไปเรื่อย ๆ
- คุณสามารถปรับแต่งสี ความหนา หรือเพิ่มลูกศรได้ด้วยการดับเบิลคลิกที่เส้น
วิธีใช้ Fibonacci Retracement
- ที่แถบเครื่องมือวาด ให้คลิกที่ไอคอน “Fibonacci Retracement” (มักจะเป็นรูปเส้นหยัก ๆ ที่มีตัวเลขกำกับ)
- การกาง Fibo ขาขึ้น: ลากจากจุดสูงสุดลงมาจุดต่ำสุดของรอบนั้น เพื่อหาแนวรับที่เป็นไปได้ในขณะที่ราคาย่อตัว
- การกาง Fibo ขาลง: ลากจากจุดต่ำสุดขึ้นมาจุดสูงสุดของรอบนั้น เพื่อหาแนวต้านที่เป็นไปได้ในขณะที่ราคารีบาวด์
- หลังจากลากเส้นแล้ว TradingView จะแสดงระดับ Fibonacci สำคัญ ๆ เช่น 0.236, 0.382, 0.5, 0.618, 0.786 ซึ่งเป็นระดับที่ราคามักจะมีการกลับตัวหรือพักตัว
วิธีตั้งค่าการแจ้งเตือนราคา (Price Alerts)
Price Alert หรือการแจ้งเตือนราคาเป็นผู้ช่วยสำคัญของนักเทรด เพื่อช่วยให้คุณไม่พลาดทุกจังหวะสำคัญของราคาโดยที่ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนเมื่อราคาถึงแนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ ราคาตัดผ่านเส้นค่าเฉลี่ย หรืออินดิเคเตอร์ให้สัญญาณซื้อ-ขาย
ขั้นตอนการตั้งค่า
- วิธีที่ 1: คลิกขวาบนกราฟ คลิกขวาที่ตำแหน่งราคาที่คุณต้องการตั้ง Alert บนกราฟ จากนั้นเลือก “Add alert for [ชื่อสินทรัพย์]”
- วิธีที่ 2: ใช้เมนู Alerts ที่แถบเครื่องมือด้านบนของกราฟ จะมีปุ่มรูปนาฬิกา (Alerts) คลิกที่ปุ่มนั้นเพื่อเปิดหน้าต่าง “Create Alert”
- การสร้างเงื่อนไขการแจ้งเตือน: ในหน้าต่าง Alert คุณสามารถตั้งค่าเงื่อนไขได้หลากหลาย เช่น
- Crossing: ราคาข้ามผ่านระดับที่คุณกำหนด (เช่น ราคาข้ามเส้น EMA 200)
- Greater than/Less than: ราคามากกว่าหรือน้อยกว่าระดับที่คุณกำหนด
- Touching: ราคาแตะระดับที่คุณกำหนด
- เมื่อตั้งค่าเงื่อนไขและเลือกวิธีแจ้งเตือน (เช่น แจ้งเตือนบนแอป, ส่งอีเมล, หรือเล่นเสียง) เรียบร้อยแล้ว ให้กด “Create” Alert ของคุณก็จะถูกตั้งค่าเรียบร้อย และจะแจ้งเตือนเมื่อเงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด
วิธีใช้ Screeners (เครื่องมือสแกน)
สำหรับนักเทรดมือใหม่ อาจกำลังค้นหาคำตอบว่า Screener คืออะไร วันนี้เรามีคำตอบมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคน
Screener คือ เครื่องมือคัดกรองสินทรัพย์จำนวนมากตามเงื่อนไขที่เรากำหนด เช่น คัดกรองหุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายสูง, หุ้นที่ราคาทำ New High, หรือหุ้นที่อินดิเคเตอร์ RSI อยู่ในภาวะ Oversold การใช้ Screener ช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการค้นหาสินทรัพย์ที่น่าสนใจและตรงกับกลยุทธ์ของคุณ
วิธีใช้งาน
- ที่แถบเครื่องมือด้านล่างของหน้าจอ TradingView ให้มองหาแท็บ “Stock Screener” หรือ “Crypto Screener” (ขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์ที่คุณสนใจ) แล้วคลิก
- การเลือกตลาด: ที่ด้านบนของหน้าต่าง Screener คุณสามารถเลือกตลาดที่ต้องการสแกนได้ เช่น “Thailand” สำหรับหุ้นไทย และ “United States” สำหรับหุ้นสหรัฐฯ หรือเลือกตลาดคริปโต
- การตั้งค่า Filter
- คลิกที่ปุ่ม “Filters” เพื่อเพิ่มเงื่อนไขการคัดกรอง
- คุณสามารถเพิ่ม Filter ได้หลากหลาย เช่น
- Exchange: ตลาดหลักทรัพย์ (เช่น SET)
- Performance: การเปลี่ยนแปลงราคา (เช่น เปลี่ยนแปลงราคาใน 1 วัน > 5%)
- Volume: ปริมาณการซื้อขาย (เช่น Volume > 1,000,000)
- Technical Indicators: สัญญาณจากอินดิเคเตอร์ (เช่น RSI < 30 สำหรับภาวะ Oversold)
- Financials: ข้อมูลทางการเงิน (เช่น P/E Ratio < 20)
- ตัวอย่าง: “วิธีสแกนหุ้นไทยที่วอลุ่มเข้าและกราฟเป็นขาขึ้น”
- เลือก “Thailand Stock”
- เพิ่ม Filter
- Volume: “is above” (มากกว่า) 1,000,000 (หรือค่าตามที่ต้องการ)
- Performance (1 month): “is above” (มากกว่า) 5% (เพื่อคัดหุ้นที่มีราคาเพิ่มขึ้นในช่วง 1 เดือน)
- SMA (50, 200): ตั้งค่าให้ราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน และเส้น 50 วันอยู่เหนือเส้น 200 วัน เพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้น (คุณอาจต้องเพิ่ม Moving Average 2 ตัวในกราฟก่อน เพื่อให้ระบบจับสัญญาณได้)
ฝึกฝนด้วย Paper Trading
Paper Trading หรือ Simulation Trading คือการซื้อขายในตลาดจริงด้วย “เงินจำลอง” ที่ TradingView มอบให้ คุณสามารถส่งคำสั่งซื้อ-ขาย ตั้ง Stop Loss, Take Profit และติดตามพอร์ตการลงทุนได้เหมือนการเทรดด้วยเงินจริงทุกประการ
วิธีเปิดใช้งาน
- ที่แถบเครื่องมือด้านล่างของหน้าจอ TradingView ให้มองหาแท็บ “Trading Panel” แล้วคลิก
- ในส่วนของโบรกเกอร์ (Broker) ที่ปรากฏขึ้นมา ให้มองหาและคลิกที่ “Paper Trading by TradingView”
- คลิกที่ “Connect” เพื่อเชื่อมต่อบัญชี Paper Trading ของคุณ คุณจะได้รับเงินจำลองจำนวนหนึ่ง (เช่น $100,000) สำหรับฝึกเทรด
ประโยชน์
- ช่วยให้ทดลองกลยุทธ์: คุณสามารถทดสอบกลยุทธ์การเทรดใหม่ๆ โดยไม่มีความเสี่ยงทางการเงิน
- เรียนรู้การส่งคำสั่ง: ฝึกฝนการส่งคำสั่งซื้อ-ขายประเภทต่างๆ (Market Order, Limit Order, หรือ Stop Order) เพื่อให้คุ้นเคยกับกระบวนการ
- สร้างความมั่นใจ: การได้ฝึกฝนในสภาพแวดล้อมจริงช่วยสร้างความมั่นใจก่อนที่จะเริ่มเทรดด้วยเงินจริง
Pine Script และคลังอินดิเคเตอร์สาธารณะ
เมื่อคุณเชี่ยวชาญการใช้งาน TradingView ในฟีเจอร์พื้นฐานแล้ว TradingView ยังมีฟีเจอร์ระดับสูงที่จะช่วยยกระดับการวิเคราะห์ของคุณ
คลังสาธารณะ (Public Library)
- ขุมทรัพย์อินดิเคเตอร์ที่สร้างโดยผู้ใช้งานทั่วโลก: TradingView มีคลังอินดิเคเตอร์และกลยุทธ์ที่นักพัฒนาและนักเทรดทั่วโลกสร้างขึ้นและแบ่งปันให้ใช้งานฟรีนับแสนรายการ
- วิธีค้นหามาใช้งาน: ไปที่ปุ่ม “Indicators” เหมือนเดิม แต่แทนที่จะพิมพ์ชื่ออินดิเคเตอร์พื้นฐาน ให้เลื่อนลงมาหรือคลิกที่แท็บ “Public Library” คุณจะเห็นอินดิเคเตอร์ยอดนิยมและอินดิเคเตอร์ที่ได้รับการจัดอันดับสูง ลองค้นหาคำว่า “Thailand”, “SET”, หรือชื่ออินดิเคเตอร์อื่น ๆ ที่คุณสนใจ
Pine Script คืออะไร (เบื้องต้น)
- Pine Script คือภาษาโปรแกรมเฉพาะของ TradingView ที่ใช้ในการสร้างอินดิเคเตอร์, กลยุทธ์การเทรด, และการแจ้งเตือนแบบกำหนดเอง
- ไม่จำเป็นต้องเขียนเป็น: คุณไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมเพื่อใช้งาน TradingView แต่ควรรู้ว่ามี Pine Script อยู่ หากคุณเจออินดิเคเตอร์หรือกลยุทธ์ที่น่าสนใจใน Public Library คุณจะสามารถเข้าใจว่าฟีเจอร์นี้ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร และบางครั้งผู้สร้างอาจจะอนุญาตให้คุณดูโค้ดและปรับแต่งได้อีกด้วย
เคล็ดลับการใช้งาน TradingView อย่างมือโปร
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ TradingView บทความนี้ได้รวบรวมเคล็ดลับบางประการที่คุณควรรู้ เพื่อให้การใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้น
- ใช้ Templates: เมื่อคุณมีการตั้งค่าอินดิเคเตอร์และหน้าตาของกราฟที่ใช้บ่อย (เช่น กราฟที่ประกอบด้วย EMA 50, EMA 200, และ RSI) คุณสามารถบันทึกเป็น Template ได้ โดยคลิกที่ปุ่ม “Templates” (รูปแม่แบบ) ที่แถบเครื่องมือด้านบนของกราฟ แล้วเลือก “Save Indicator Template…”
- Keyboard Shortcuts: การใช้คีย์ลัดช่วยประหยัดเวลาได้มาก ลองฝึกใช้คีย์ลัดที่สำคัญ เช่น
- Alt + H: ลากเส้นแนวนอน (Horizontal Line) สำหรับแนวรับ-แนวต้าน
- Alt + T: ลากเส้นแนวโน้ม (Trendline)
- Alt + F: กาง Fibonacci Retracement
- Alt + C: เปิดเครื่องมือวาด Channel
- Alt + A: ตั้งค่า Alert
- Multiple Watchlists: สร้าง Watchlist หลาย ๆ อันเพื่อจัดหมวดหมู่สินทรัพย์ที่คุณติดตาม เช่น Watchlist สำหรับ “หุ้นปันผล”, “หุ้นเติบโต”, “เหรียญคริปโตที่จับตา”, หรือ “หุ้นต่างประเทศ” สิ่งนี้ช่วยให้คุณจัดการข้อมูลได้เป็นระเบียบและค้นหาสินทรัพย์ได้เร็วขึ้น
- Logarithmic Scale: เมื่อดูกราฟราคาระยะยาว (เช่น กราฟรายเดือนของหุ้นที่เติบโตสูง) ควรเปิดใช้ Logarithmic Scale (คลิกขวาที่แกนราคาด้านขวาของกราฟ แล้วเลือก “Logarithmic Scale”) เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงราคาที่เป็นเปอร์เซ็นต์มีความสมจริงมากขึ้น และแสดงแนวโน้มได้ชัดเจนกว่า Linear Scale
เทรดได้ทุกที่: ใช้งาน TradingView บนมือถือ
TradingView มีแอปพลิเคชันบนมือถือที่ใช้งานง่าย ช่วยให้คุณสามารถติดตามและวิเคราะห์ตลาดได้ทุกที่ทุกเวลา
ภาพรวมแอปพลิเคชัน: แอปพลิเคชัน TradingView บนมือถือ (ดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android) มีความสามารถหลัก ๆ ที่ทำได้ใกล้เคียงกับเวอร์ชันเดสก์ท็อป เช่น
- ดูกราฟแบบเรียลไทม์พร้อมอินดิเคเตอร์และเครื่องมือวาดต่าง ๆ
- จัดการ Watchlist และตั้งค่า Price Alert
- เข้าถึง News Feed และบทวิเคราะห์จากชุมชน
- ล็อกอินบัญชีเดียวกับบนเดสก์ท็อป ข้อมูลทั้งหมดจะเชื่อมโยงกัน
ข้อดี-ข้อจำกัด
- ข้อดี: สะดวก พกพาไปได้ทุกที่ เหมาะสำหรับการติดตามตลาดและรับการแจ้งเตือน
- ข้อจำกัด: การวาดเส้นหรือวิเคราะห์เชิงลึกอาจทำได้ไม่สะดวกเท่าบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ แต่สำหรับการดูกราฟเร็ว ๆ หรือตรวจสอบ Alert ถือว่าตอบโจทย์อย่างยิ่ง
TradingView เครื่องมือที่จะยกระดับการเทรดของคุณ
การใช้ TradingView ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักเทรดและนักลงทุนในยุคปัจจุบัน ด้วยฟีเจอร์ที่ครบครัน ตั้งแต่การดูกราฟขั้นพื้นฐาน การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคระดับสูง การสแกนหาสินทรัพย์ ไปจนถึงการฝึกฝนด้วย Paper Trading ทำให้ TradingView เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน
ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือผู้มีประสบการณ์ การทำความเข้าใจและใช้ฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ TradingView อย่างเต็มศักยภาพ จะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ถึงเวลาแล้วที่จะก้าวเข้าสู่โลกของการเทรดอย่างมืออาชีพ! สมัครบัญชี TradingView ฟรี และเริ่มทำตามขั้นตอนในบทความนี้ได้ทันที เพื่อปลดล็อกศักยภาพการเทรดของคุณให้ถึงขีดสุด


