การเทรดฟิวเจอร์คืออะไร สิ่งที่เทรดเดอร์ควรรู้ก่อนเริ่มต้น

หมวดหมู่: การเทรด CFD  

แท็ก: การเทรดฟิวเจอร์คืออะไร  

วันที่เผยแพร่: 2026-6-10

ตลาดการเงินในปัจจุบันเปิดโอกาสให้นักลงทุนทำกำไรได้ทั้งในช่วงขาขึ้นและขาลง และหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดคือสัญญาฟิวเจอร์ แต่ การเทรดฟิวเจอร์คืออะไร บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างตั้งแต่หลักการพื้นฐาน กลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงวิธีเริ่มต้นอย่างมีประสิทธิภาพ

การเทรดฟิวเจอร์คืออะไร

การเทรดฟิวเจอร์ คือการซื้อและขายสัญญาฟิวเจอร์เพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ในอนาคต โดยที่เทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องถือครองสินทรัพย์จริงแต่อย่างใด

ดังนั้นการเทรด Future คือ การคาดการณ์ทิศทางราคา หากเชื่อว่าราคาจะสูงขึ้น ก็เปิดสถานะ Long (ซื้อ) หากคาดว่าราคาจะลดลง ก็เปิดสถานะ Short (ขาย) ซึ่งหมายความว่าเทรดเดอร์สามารถสร้างโอกาสทำกำไรได้จากทุกทิศทางของตลาด ไม่ว่าราคาจะวิ่งขึ้นหรือลงก็ตาม

สิ่งที่ทำให้การเทรดฟิวเจอร์แตกต่างจากการลงทุนแบบดั้งเดิมคือความสามารถในการใช้ leverage เพื่อควบคุมสัญญาที่มีมูลค่าสูง ด้วยเงินทุนเริ่มต้นที่น้อยกว่า

การเทรดฟิวเจอร์คืออะไร

วิธีการทำงานของการเทรดฟิวเจอร์

การเปิดและปิดสถานะ

เมื่อเทรดเดอร์ต้องการเข้าตลาด จะเลือกเปิดสถานะซื้อ (Long) หากคาดว่าราคาจะขึ้น หรือสถานะขาย (Short) หากคาดว่าราคาจะลง เมื่อราคาเคลื่อนไหวตามที่คาด เทรดเดอร์ก็ปิดสถานะเพื่อรับกำไร หรือหากตลาดไม่เป็นไปตามที่คาด ก็ตัดขาดทุนออกก่อนที่ความเสียหายจะบานปลาย

Leverage และ Margin

ระบบเทรด future ใช้ margin เป็นหลักประกัน ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่เพียง 5–15% ของมูลค่าสัญญา นั่นหมายความว่าเทรดเดอร์สามารถควบคุมสัญญามูลค่า 1,000,000 บาท ด้วยเงิน margin เพียง 50,000–150,000 บาท การใช้ leverage นี้ขยายทั้งโอกาสในการทำกำไรและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน

การทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคา

การทำกำไรหรือการขาดทุนคำนวณจากผลต่างระหว่างราคาเปิดและราคาปิดสถานะ คูณด้วยขนาดสัญญา เช่น หากซื้อฟิวเจอร์ทองคำที่ราคา $1,900 แล้วราคาขึ้นเป็น $1,950 ก็ทำกำไรได้ $50 ต่อออนซ์ตามขนาดสัญญา

การปิดสถานะก่อนหมดอายุ

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่รอให้สัญญาหมดอายุ แต่จะปิดสถานะเมื่อได้กำไรตามเป้า หรือเมื่อสัญญาณตลาดเปลี่ยนทิศทาง วิธีนี้ช่วยให้บริหารความเสี่ยงได้คล่องตัวกว่า

แนะนำ 4 ตลาดฟิวเจอร์ยอดนิยม

1. น้ำมันดิบ (Oil Futures)

เป็นหนึ่งในตลาดฟิวเจอร์ที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก ราคาน้ำมันได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลากหลาย ทั้งผลผลิตของ OPEC สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และความต้องการพลังงานทั่วโลก ทำให้เป็นตลาดที่มีความผันผวนและมีโอกาสสูง

2. ทองคำ (Gold Futures)

ทองคำถูกมองว่าเป็น safe haven ในช่วงที่ตลาดผันผวน เทรดเดอร์ใช้ฟิวเจอร์ทองคำทั้งเพื่อเก็งกำไรและป้องกันพอร์ตจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

3. ดัชนีหุ้น (Stock Index Futures)

ฟิวเจอร์อิงกับดัชนีอย่าง S&P 500, NASDAQ หรือ SET50 ช่วยให้เทรดเดอร์ได้มีส่วนร่วมกับการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นโดยรวมโดยไม่ต้องซื้อหุ้นรายตัว

4. สกุลเงิน (Currency Futures)

ฟิวเจอร์สกุลเงิน เช่น EUR/USD หรือ USD/THB ใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่ธุรกิจที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน และเทรดเดอร์ที่มองหาโอกาสในตลาด Forex

ทำไมเทรดเดอร์ถึงเลือกเทรดฟิวเจอร์

เทรดเดอร์เลือกการเทรดฟิวเจอร์ ด้วยเหตุผลหลัก 3 ประการ ได้แก่ การเก็งกำไรจากทิศทางราคา การป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และการเข้าถึง leverage ที่มากกว่าตลาดหุ้นทั่วไป สำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการความคล่องตัว ตลาดฟิวเจอร์เปิดให้ซื้อขายเกือบตลอด 24 ชั่วโมงในวันทำการ และมีสภาพคล่องสูงในหลายตลาด

การเทรดฟิวเจอร์ vs การเทรด Spot

 

Spot Trading

Futures Trading

ราคา

ราคาตลาดปัจจุบัน

ราคาสัญญาล่วงหน้า

การส่งมอบ

ทันที

ตามวันหมดอายุ

Leverage

จำกัด

สูง

ทิศทาง

ซื้อเพื่อกำไร

ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและลง

ใช้งาน

ลงทุนระยะยาว

เก็งกำไรและ Hedge

Spot Trading คือการซื้อขายสินทรัพย์ที่ราคาตลาดปัจจุบัน โดยมีการส่งมอบทันที ในขณะที่ Futures Trading คือการทำสัญญาซื้อขายในราคาที่ตกลงกันวันนี้ แต่ชำระในอนาคต ทั้งสองวิธีมีข้อดีต่างกันและเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนที่แตกต่างกัน

กลยุทธ์การเทรดฟิวเจอร์ที่นิยม

  • Day Trading เปิดและปิดสถานะทั้งหมดภายในวันเดียวกัน เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ติดตามตลาดได้ตลอดวันและต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงข้ามคืน
  • Swing Trading ถือสถานะหลายวันถึงหลายสัปดาห์ โดยอาศัยการวิเคราะห์แนวโน้มระยะกลาง เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถจับตาหน้าจอได้ตลอดเวลา
  • Trend Trading ติดตามแนวโน้มหลักของตลาด (Trend Following) โดยเปิดสถานะไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้ม และถือจนกว่าสัญญาณกลับตัวจะปรากฏ
  • News-Based Trading ใช้ประโยชน์จากความผันผวนของราคาที่เกิดขึ้นหลังการประกาศข้อมูลสำคัญ เช่น ตัวเลขการจ้างงาน นโยบายดอกเบี้ย หรือรายงานสต็อกน้ำมัน

กลยุทธ์การเทรดฟิวเจอร์ที่นิยม

การวิเคราะห์เทคนิคในการเทรดฟิวเจอร์

นักเทรดฟิวเจอร์ส่วนใหญ่พึ่งพาการวิเคราะห์เทคนิคเป็นหลัก โดยใช้กราฟราคาและอินดิเคเตอร์ต่าง ๆ เช่น Moving Average, RSI และ MACD เพื่อหาจังหวะเข้าและออกตลาด

แนวรับและแนวต้าน (Support & Resistance) เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่บ่งบอกว่าราคามักจะหยุดหรือกลับตัวที่ระดับไหน ในขณะที่ Momentum Indicators ช่วยวัดความแข็งแกร่งของแนวโน้มปัจจุบัน ว่ายังมีแรงซื้อหรือแรงขายเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด การผสมผสานเครื่องมือหลายอย่างเข้าด้วยกันช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจได้

ความท้าทายของการเทรดฟิวเจอร์

  • ตลาดเคลื่อนไหวเร็ว ราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในเสี้ยววินาที โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวสำคัญ ทำให้การตัดสินใจช้าอาจส่งผลต่อผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ
  • การตัดสินใจด้วยอารมณ์ ความโลภและความกลัวเป็นศัตรูหลักของเทรดเดอร์ การถือสถานะขาดทุนไว้นานเกินไปหรือปิดกำไรเร็วเกินไปล้วนมาจากการที่อารมณ์เข้ามาครอบงำการตัดสินใจ
  • Margin Call และการขาดทุนจาก Leverage หากตลาดเคลื่อนไหวสวนทางและ margin ลดต่ำกว่าระดับที่กำหนด โบรกเกอร์จะเรียก Margin Call ให้เติมเงินทันที มิเช่นนั้นสถานะจะถูกปิดโดยอัตโนมัติ

การบริหารความเสี่ยงในการเทรดฟิวเจอร์

การบริหารความเสี่ยงคือทักษะที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเทรดฟิวเจอร์ที่ต้องการอยู่รอดในระยะยาว

  • Stop-Loss Orders กำหนดจุดตัดขาดทุนล่วงหน้าเสมอ และยึดมั่นกับมันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น Stop-loss ที่ดีควรตั้งตามโครงสร้างของกราฟ ไม่ใช่ตามจำนวนเงินที่ยอมรับได้เพียงอย่างเดียว
  • Position Sizing ไม่เสี่ยงมากกว่า 1–2% ของพอร์ตต่อการเทรดหนึ่งครั้ง วิธีนี้ช่วยให้แม้จะขาดทุนหลายครั้งติดต่อกัน ก็ยังมีทุนเหลือพอที่จะเทรดต่อไปได้
  • บริหาร Leverage อย่างระมัดระวัง: แม้ว่า leverage จะช่วยขยายกำไร แต่ก็ขยายการขาดทุนได้เช่นกัน เทรดเดอร์มือใหม่ควรเริ่มต้นด้วย leverage ต่ำก่อนเสมอ
  • หลีกเลี่ยง Overtrading การเทรดมากเกินไปทำให้ค่าคอมมิชชั่นสะสมและทำให้ตัดสินใจผิดพลาดบ่อยขึ้น ควรกำหนดจำนวนครั้งสูงสุดต่อวันและยึดมั่นกับแผน

การเทรดฟิวเจอร์เหมาะกับใคร

การเทรดฟิวเจอร์เหมาะกับเทรดเดอร์ที่กระตือรือร้นที่ติดตามตลาดได้อย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนที่สบายใจกับความผันผวน และมีวินัยในการบริหารความเสี่ยง รวมถึงนักลงทุนที่มองหาโอกาสระยะสั้น ที่ต้องการความคล่องตัวมากกว่าการลงทุนแบบ Buy and Hold

อย่างไรก็ตาม หากคุณเพิ่งเริ่มต้นลงทุนหรือยังไม่คุ้นเคยกับการบริหารความเสี่ยง ควรใช้เวลาศึกษาและฝึกฝนในบัญชีทดลองก่อนเพื่อป้องกันความเสี่ยงสูงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

วิธีเริ่มต้นเทรดฟิวเจอร์

  1. เปิดบัญชีเทรด เลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแล มีเครื่องมือที่ครบครัน และค่าธรรมเนียมที่โปร่งใส
  2. เรียนรู้พื้นฐานของสัญญา ทำความเข้าใจขนาดสัญญา วันหมดอายุ ระบบ margin และวิธีคำนวณกำไร/ขาดทุน ก่อนเริ่มเทรดจริง
  3. ฝึกในบัญชีทดลอง (Demo Account) ใช้บัญชีทดลองเพื่อทดสอบกลยุทธ์และทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มโดยไม่เสี่ยงเงินจริง
  4. วางแผนการเทรด กำหนดเป้าหมายกำไร จุด Stop-loss ขนาด position และกฎการเข้า-ออกตลาดให้ชัดเจนก่อนเปิดสถานะทุกครั้ง

FXCM ช่วยเทรดเดอร์เข้าใจตลาดฟิวเจอร์ได้อย่างไร

ที่ FXCM เราให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และการเข้าถึงข้อมูลตลาดอย่างมีคุณภาพ เพื่อช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจการทำงานของฟิวเจอร์และตลาด CFD ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบทความด้านการลงทุน วิดีโอการใช้งานแพลตฟอร์ม หรือสัมมนาออนไลน์ที่ครอบคลุมทั้งพื้นฐานและกลยุทธ์การเทรดในตลาดจริง

เทรดเดอร์ยังสามารถเข้าถึงสินทรัพย์หลากหลายผ่านตลาด CFD ทั้งน้ำมันดิบ ทองคำ ดัชนีหุ้น และสกุลเงิน พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคและแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวก รองรับทั้งผู้เริ่มต้นและเทรดเดอร์ที่ต้องการต่อยอดประสบการณ์ในตลาดการเงินระดับโลก

โอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากตลาดการเงิน

การเทรดฟิวเจอร์ในสายตาของเทรดเดอร์มืออาชีพคือโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในทุกสภาวะตลาด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความรู้ วินัย และการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด ตั้งแต่การเข้าใจโครงสร้างสัญญา การเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสม ไปจนถึงการกำหนด Stop-loss และ Position Sizing ที่สมเหตุสมผล ทุกองค์ประกอบล้วนมีความสำคัญ

เริ่มต้นด้วยการศึกษาว่าการเทรดฟิวเจอร์คืออะไร ฝึกซ้อมในบัญชีทดลอง และสร้างแผนการเทรดที่ชัดเจนก่อนเสมอ เพื่อให้การเทรดฟิวเจอร์กลายเป็นเครื่องมือที่สร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนในระยะยาว