1 Pip เท่ากับกี่จุด และมีผลต่อกำไรขาดทุนอย่างไรในการเทรด Forex

หมวดหมู่: การเทรดฟอเร็กซ์  

แท็ก: 1 pip เท่ากับกี่จุด  

วันที่เผยแพร่: 2026-2-27

สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มต้นเทรด Forex หรือกำลังศึกษาเรื่องการซื้อขายสกุลเงิน อาจกำลังสงสัยเกี่ยวกับการเทรดว่า 1 pip เท่ากับกี่จุด ดังนั้นการเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Pip และ Point อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณคำนวณกำไรขาดทุนได้แม่นยำ บริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น และเข้าใจการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดได้อย่างชัดเจน

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจอย่างละเอียดว่า 1 pip เท่ากับเท่าไหร่เมื่อแปลงเป็น Point พร้อมยกตัวอย่างจริงจากคู่สกุลเงินยอดนิยม และอธิบายว่าทำไมโบรกเกอร์สมัยใหม่ถึงแสดงราคาด้วยทศนิยมที่มากขึ้น

1 Pip หมายความว่าอะไร

Pip ย่อมาจาก “Percentage in Point” หรือ “Price Interest Point” เป็นหน่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กที่สุดในตลาด Forex

สำหรับคู่สกุลเงินส่วนใหญ่ (เช่น EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD)

  • 1 pip เท่ากับ0001 ของราคาที่เสนอซื้อขาย
  • แสดงผลที่ตำแหน่งทศนิยมที่ 4 (เช่น 1.2345)

สำหรับคู่สกุลเงินที่มีเยนญี่ปุ่น (JPY) เช่น USD/JPY, EUR/JPY

  • 1 pip = 0.01 ของราคา
  • แสดงผลที่ตำแหน่งทศนิยมที่ 2 (เช่น 145.67)

1 Pip เท่ากับกี่จุด (Points)

1 pip เท่ากับ 10 points ในทุกกรณีที่โบรกเกอร์แสดงราคาด้วยทศนิยมเพิ่มเติม

ตัวอย่างเช่น

สำหรับคู่สกุลเงินทั่วไป (แสดง 5 ตำแหน่งทศนิยม)

  • ราคาแสดงเป็น 1.23456
  • ตำแหน่งทศนิยมที่ 4 = Pip
  • ตำแหน่งทศนิยมที่ 5 = Point
  • การเคลื่อนไหว 0.00010 = 1 pip = 10 points

สำหรับคู่เงินเยน (แสดง 3 ตำแหน่งทศนิยม)

  • ราคาแสดงเป็น 145.678
  • ตำแหน่งทศนิยมที่ 2 = Pip
  • ตำแหน่งทศนิยมที่ 3 = Point
  • การเคลื่อนไหว 0.010 = 1 pip = 10 points

Point (บางครั้งเรียกว่า Pipette) คือหน่วยย่อยของ Pip ที่ช่วยให้เทรดเดอร์เห็นการเคลื่อนไหวของราคาได้ละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น

1 pip เท่ากับกี่จุด

ทำไมโบรกเกอร์ถึงใช้ Points และ Pipettes

โบรกเกอร์สมัยใหม่เริ่มแสดงราคาด้วยทศนิยมเพิ่มเติม (Points หรือ Pipettes) ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้

  1. ความแม่นยำในการแสดง Spread โบรกเกอร์สามารถเสนอ Spread ที่แคบลงได้ เช่น 1.5 pips แทนที่จะต้องปัดเป็น 2 pips ซึ่งทำให้เทรดเดอร์ได้เปรียบในเรื่องต้นทุนการเทรด
  2. การดำเนินคำสั่งซื้อขายที่แม่นยำขึ้น การแสดงราคาละเอียดถึง Point ทำให้คำสั่ง Limit Order, Stop Loss, และ Take Profit สามารถตั้งค่าได้แม่นยำมากขึ้น
  3. การแข่งขันในตลาด ในยุคที่การซื้อขายมีความเร็วสูงและมีการแข่งขันสูง การแสดงราคาที่ละเอียดกว่าช่วยให้โบรกเกอร์แสดงราคาที่ดีกว่าคู่แข่ง
  4. มาตรฐานสากล หลายแพลตฟอร์มการเทรดชั้นนำอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 รองรับการแสดงราคา 5 ตำแหน่งทศนิยมเป็นมาตรฐาน

การใช้ Points ไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณกำไรขาดทุนพื้นฐาน แต่ช่วยให้เทรดเดอร์ได้รับข้อมูลที่แม่นยำและทำการตัดสินใจได้ดีขึ้น

ตัวอย่างประกอบว่า 1 Pip เท่ากับกี่ Point

ตัวอย่างที่ 1: คู่เงิน EUR/USD

สมมติราคา EUR/USD เคลื่อนไหวจาก

  • ราคาเริ่มต้น:23456
  • ราคาใหม่:23466

การวิเคราะห์

  • ผลต่าง = 1.23466 - 1.23456 = 0.00010
  • การเคลื่อนไหวนี้คือ 1 pip (เปลี่ยนแปลงที่ตำแหน่งทศนิยมที่ 4)
  • เมื่อนับเป็น Points = เปลี่ยนแปลงจาก 6 ไปเป็น 16 ที่ตำแหน่งสุดท้าย = 10 points

สรุป: ราคาขึ้น 1 pip หรือ 10 points

ตัวอย่างที่ 2: คู่เงิน USD/JPY

สมมติราคา USD/JPY เคลื่อนไหวจาก

  • ราคาเริ่มต้น:678
  • ราคาใหม่:688

การวิเคราะห์:

  • ผลต่าง = 145.688 - 145.678 = 0.010
  • การเคลื่อนไหวนี้คือ 1 pip (เปลี่ยนแปลงที่ตำแหน่งทศนิยมที่ 2)
  • เมื่อนับเป็น Points = เปลี่ยนแปลงจาก 78 ไปเป็น 88 ที่ตำแหน่งสุดท้าย = 10 points

สรุป: ราคาขึ้น 1 pip หรือ 10 points

จากตัวอย่างทั้งสอง จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นคู่สกุลเงินแบบไหน หลักการคือ 1 pip เท่ากับ 10 points

Pip และ Point ส่งผลต่อกำไรขาดทุนอย่างไร

  1. คำนวณกำไรขาดทุนได้แม่นยำ หากคุณรู้ว่า 1 pip มีมูลค่าเท่าไหร่ในสกุลเงินบัญชีของคุณ (เช่น 1 pip = $10 ในการเทรด 1 lot มาตรฐาน) คุณจะสามารถคำนวณผลกำไรหรือขาดทุนได้ทันที
  2. ตั้งค่า Stop Loss และ Take Profit ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่าง หากคุณต้องการเสี่ยงไม่เกิน $50 ต่อการเทรด และ 1 pip = $10 คุณควรตั้ง Stop Loss ที่ 5 pips (หรือ 50 points)
  3. บริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น เมื่อเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง Pip กับ Point คุณจะสามารถคำนวณ Risk-Reward Ratio ได้แม่นยำและวางแผนการเทรดได้ดีขึ้น
  4. เปรียบเทียบ Spread ระหว่างโบรกเกอร์ โบรกเกอร์บางรายอาจแสดง Spread เป็น 15 points (1.5 pips) ในขณะที่บางรายแสดงเป็น 2 pips การเข้าใจการแปลงช่วยให้เลือกโบรกเกอร์ที่มีต้นทุนต่ำกว่าได้

ตัวอย่างการคำนวณกำไร

  • เทรด EUR/USD ขนาด 1 lot มาตรฐาน (100,000 units)
  • ราคาเข้า: 1.23456 → ราคาออก: 1.23556
  • การเคลื่อนไหว: 0.00100 = 10 pips = 100 points
  • กำไร = 10 pips × $10/pip = $100

ความแตกต่างของคำศัพท์ Pip และ Point ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ

แพลตฟอร์มและโบรกเกอร์แต่ละรายอาจใช้คำศัพท์แตกต่างกันเล็กน้อย

MetaTrader 4 และ MetaTrader 5

  • ใช้คำว่า Points ในระบบหลังบ้าน
  • แสดงราคา 5 ตำแหน่งทศนิยมสำหรับคู่เงินหลัก
  • 10 Points = 1 Pip ตามมาตรฐาน

cTrader

  • ใช้คำว่า Pips และ Pipettes
  • Pipette = 1/10 ของ Pip
  • แสดงข้อมูลอย่างชัดเจนในแต่ละออเดอร์

แพลตฟอร์มบางรายที่ยังแสดง 4 ตำแหน่งทศนิยม

  • ใช้ Pip เป็นหน่วยหลัก
  • ไม่มี Points หรือ Pipettes

คำแนะนำ: เมื่อใช้แพลตฟอร์มใหม่ ควรศึกษาว่าแพลตฟอร์มนั้นแสดงราคาแบบไหน และใช้คำศัพท์อย่างไร เพื่อป้องกันความสับสนในการคำนวณ

เมื่อไหร่ที่ 1 Pip ไม่เท่ากับ 10 Points พอดี

แม้ว่ากฎทั่วไปจะบอกว่า 1 pip เท่ากับ 10 points แต่มีกรณีพิเศษบางกรณี เช่น

  1. คู่สกุลเงิน Exotic คู่สกุลเงินที่ไม่ค่อยมีสภาพคล่องสูง เช่น USD/TRY (ดอลลาร์สหรัฐ/ลีราตุรกี) อาจมีการแสดงทศนิยมที่แตกต่างออกไปตามโบรกเกอร์
  2. สินทรัพย์อื่นิๆ นอกเหนือจากสกุลเงิน
  • ทองคำ (XAUUSD): อาจแสดง 2 ตำแหน่งทศนิยม และ 1 pip = 0.01
  • น้ำมัน (Crude Oil): อาจแสดง 3 ตำแหน่งทศนิยม
  • สกุลเงินดิจิทัล: มีรูปแบบการแสดงราคาที่หลากหลายมาก
  1. โบรกเกอร์บางรายที่กำหนดเอง โบรกเกอร์บางรายอาจปรับแต่งวิธีการแสดงราคาให้เหมาะกับลูกค้าของตน

หลักการสำคัญ: แม้รูปแบบการแสดงจะแตกต่าง แต่แนวคิดหลักยังคงเหมือนเดิม คือ Pip เป็นหน่วยมาตรฐาน และ Point เป็นเศษส่วนย่อยของมัน อัตราส่วน 1:10 ยังคงใช้ได้ในกรณีส่วนใหญ่

เครื่องมือแปลง Pips เป็น Points อัตโนมัติ

เพื่อลดข้อผิดพลาดจากการคำนวณด้วยตนเอง มีเครื่องมือที่ช่วยได้ ดังนี้

  1. Pip Calculator ในแพลตฟอร์มเทรด แพลตฟอร์มส่วนใหญ่มีเครื่องคำนวณมูลค่า Pip ในตัว ที่จะแสดงค่า Pip และ Point โดยอัตโนมัติเมื่อคุณป้อนข้อมูลการเทรด
  2. เว็บไซต์ Forex Calculator เว็บไซต์อย่าง Investing.com, Myfxbook, และ Babypips มีเครื่องคำนวณออนไลน์ฟรีที่ช่วยแปลง Pips เป็นมูลค่าเงินหรือ Points
  3. แอปพลิเคชันมือถือ แอปหลายตัวสำหรับเทรดเดอร์มี Pip Calculator ในตัว ช่วยให้คำนวณได้ทุกที่ทุกเวลา
  4. Excel หรือ Google Sheets Templates หลายเว็บไซต์แจกฟรี Template สำหรับคำนวณ Pip, Point, และกำไรขาดทุน ที่ปรับแต่งได้ตามต้องการ

ข้อดีของการใช้เครื่องมือ

  • ลดความผิดพลาดจากการคำนวณ
  • ประหยัดเวลา
  • คำนวณได้แม่นยำแม้กับคู่สกุลเงินที่ซับซ้อน
  • ช่วยในการวางแผนการเทรดอย่างรวดเร็ว

เข้าใจ Pip และ Point ช่วยให้คุณอ่านกราฟได้ถูกต้อง

การทำความเข้าใจว่า 1 pip เท่ากับกี่จุด เป็นพื้นฐานสำคัญที่เทรดเดอร์ Forex ทุกคนต้องรู้ จากบทความนี้ เราได้เรียนรู้ว่า

  • 1 pip เท่ากับ 10 points ในทุกคู่สกุลเงินที่โบรกเกอร์แสดงทศนิยมเพิ่มเติม
  • Pip คือหน่วยมาตรฐาน ส่วน Point (Pipette) คือเศษส่วนย่อยที่แสดงความแม่นยำมากขึ้น
  • โบรกเกอร์ใช้ Points เพื่อแสดง Spread ที่แคบลงและเพิ่มความแม่นยำในการดำเนินคำสั่ง
  • การเข้าใจความสัมพันธ์นี้ช่วยคำนวณกำไรขาดทุนและบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น
  • มีเครื่องมือมากมายที่ช่วยแปลงและคำนวณค่า Pips และ Points อัตโนมัติ

หากคุณเพิ่งเริ่มต้นเทรด Forex แนะนำให้ฝึกคำนวณ Pip และ Point ด้วยตนเองก่อน จากนั้นจึงใช้เครื่องมือช่วยเพื่อประหยัดเวลาและเพิ่มความแม่นยำ อย่าลืมว่าความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะทำให้คุณเป็นเทรดเดอร์ที่ดีขึ้นและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

พร้อมพัฒนาทักษะการเทรดของคุณแล้วหรือยัง ลองนำความรู้จากบทความนี้ไปปฏิบัติจริงบนบัญชีทดลอง (Demo Account) และแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมมูนิตี้เทรด!

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. ผู้เริ่มต้นมักสับสนระหว่าง Points กับ Pips ได้ง่ายหรือไม่

ใช่ ผู้เริ่มต้นมักสับสนระหว่าง Points และ Pips โดยเฉพาะเมื่อเห็นราคาที่มีทศนิยม 5 ตำแหน่งเป็นครั้งแรก ความสับสนนี้เกิดจากการที่แพลตฟอร์มบางตัวใช้คำศัพท์ต่างกัน และไม่อธิบายชัดเจน วิธีแก้คือจำหลักง่ายๆ ว่า 1 pip เท่ากับ 10 points เสมอ และฝึกคำนวณบ่อย ๆ จนคุ้นเคย การใช้บัญชีทดลองจะช่วยให้คุณเข้าใจโดยไม่เสี่ยงเงินจริง

2. Pips และ Points ส่งผลต่อกำไรและขาดทุนแตกต่างกันหรือไม่

ไม่ Pips และ Points ไม่ส่งผลต่อกำไรขาดทุนแตกต่างกัน เพราะทั้งสองเป็นแค่หน่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคาที่แตกต่างกัน โดย 10 points = 1 pip มูลค่าเงินที่แท้จริงขึ้นอยู่กับขนาด Lot ที่คุณเทรดและคู่สกุลเงิน ตัวอย่าง: หากการเทรด 1 lot มาตรฐานใน EUR/USD ทำให้ 1 pip = $10 นั่นหมายความว่า 1 point = $1 การเข้าใจนี้ช่วยให้คุณคำนวณได้แม่นยำไม่ว่าจะใช้หน่วยไหน

3. ทำไมโบรกเกอร์ถึงแสดงราคาเป็น Points แทน Pips

โบรกเกอร์แสดงราคาเป็น Points (หรือ 5 ตำแหน่งทศนิยม) เพื่อให้เห็นความเคลื่อนไหวของราคาที่แม่นยำขึ้น และสามารถเสนอ Spread ที่แคบลงได้ เช่น 1.5 pips (15 points) แทนที่จะปัดเป็น 2 pips นี่เป็นข้อได้เปรียบสำหรับเทรดเดอร์เพราะช่วยลดต้นทุนการเทรด นอกจากนี้การแสดง Points ยังช่วยให้ตั้งคำสั่ง Stop Loss และ Take Profit ได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งสำคัญมากสำหรับกลยุทธ์การเทรดแบบ Scalping หรือ Day Trading

4. จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคำนวณ Pips และ Points ผิด

การคำนวณ Pips และ Points ผิดพลาดอาจส่งผลร้ายแรงต่อการเทรดของคุณ เช่น

  • ตั้ง Stop Loss ผิด: อาจทำให้คุณขาดทุนมากกว่าที่วางแผนไว้ หรือถูกตัดขาดทุนเร็วเกินไป
  • คำนวณขนาด Position ผิด: อาจเสี่ยงเงินมากเกินไปในการเทรดเดียว
  • คาดการณ์กำไรผิด: อาจทำให้ผิดหวังหรือตัดสินใจไม่ดี
  • เข้าใจ Spread ผิด: อาจเลือกใช้โบรกเกอร์ที่มีต้นทุนสูงกว่าโดยไม่รู้ตัว

5. Spread ดูเล็กกว่าเมื่อแสดงเป็น Points หรือไม่

ใช่ เมื่อแสดงเป็นตัวเลข Spread จะดูเล็กกว่าเมื่ออยู่ในหน่วย Points เพราะตัวเลขมากกว่า แต่ในความเป็นจริง มูลค่าเท่าเดิม ตัวอย่าง

  • Spread 1.5 pips = Spread 15 points
  • Spread 2.0 pips = Spread 20 points