ไฮไลท์
- 30.83% ของคำสั่งประเภท stop, limit, ‘at market’ และ entry ทั้งหมดได้รับ Positive Slippage
- 14.64% ของคำสั่งประเภท stop, limit, ‘at market’ และ entry ทั้งหมดได้รับ Negative Slippage
- 74.58% ของคำสั่งประเภท limit และ limit entry ทั้งหมดได้รับ Positive Slippage
- 57.42% ของคำสั่งประเภท stop และ stop entry ทั้งหมดได้รับ Negative Slippage
ข้อมูลไฮไลท์เหล่านี้มาจากคำสั่งที่ดำเนินการผ่าน Stratos Group ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม, 2025 ถึง 30 พฤศจิกายน, 2025 โดยไม่รวมลูกค้าบางประเภทที่ไม่ได้เชื่อมต่อโดยตรง
ข้อมูลข้างต้นมาจากคำสั่งซื้อขายหลายประเภทที่ดำเนินการผ่าน Stratos Group ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2024 ถึง 31 ธันวาคม 2024 โดยไม่รวมลูกค้าบางประเภทที่ไม่ได้เชื่อมต่อโดยตรง
ขนาดคำสั่งคำนวณตามมูลค่าเชิงสมมุติของคำสั่ง และแสดงผลเป็นหน่วย “MM USD” (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
คำสั่งประเภท limit และ limit entry จะดำเนินการได้เฉพาะที่ราคาที่ร้องขอหรือดีกว่าเท่านั้น และจะไม่สามารถเกิด Negative Slippage ได้ กรณีที่มี Negative Slippage เกิดขึ้นกับคำสั่ง limit หรือ limit entry ถือเป็นความผิดพลาด ลูกค้ามีสิทธิ์ได้รับการปรับแก้รายการซื้อขาย (trade adjustments) หากเกิดข้อผิดพลาดดังกล่าว ทั้งนี้ การได้รับการปรับปรุงราคา (price improvement) ขึ้นอยู่กับสภาพสภาพคล่องที่มีอยู่ในตลาด ณ ขณะนั้น
ไฮไลท์เพิ่มเติม
จากข้อมูลที่รวบรวมจากคำสั่งที่ดำเนินการผ่าน Stratos Group ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 ถึง 30 พฤศจิกายน 2025 พบว่า
- คำสั่งประเภท limit และ limit entry มีแนวโน้มสูงที่สุดที่จะได้รับ positive slippage
- คำสั่งประเภท stop และ stop entry มีแนวโน้มสูงที่สุดที่จะได้รับ negative slippage
- คำสั่ง ตลาดแบบ “market range” สามารถช่วยป้องกัน negative slippage ได้
ความแน่นอนในการถูกดำเนินคำสั่ง
นักเทรดมักเลือกใช้ประเภทคำสั่งที่ให้ความแน่นอนในการถูกดำเนินคำสั่ง เมื่อพวกเขาต้องการให้มั่นใจว่าสามารถเข้าสู่ตลาดได้
ความแน่นอนของราคา
นักเทรดมักเลือกใช้ประเภทคำสั่งที่ให้ความแน่นอนของราคา เมื่อพวกเขาต้องการให้คำสั่งถูกส่งคำสั่งซื้อขายก็ต่อเมื่อถึงราคาที่กำหนด (หรือช่วงราคา) เท่านั้น
การเลือกประเภทคำสั่ง
เมื่อเทรดฟอเร็กซ์ มีประเภทคำสั่งให้เลือกใช้หลายแบบ โดยแต่ละแบบถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการเทรดที่เฉพาะเจาะจง บางประเภทเหมาะกับช่วงที่ความผันผวนของราคาสูง ขณะที่บางประเภทเหมาะกับช่วงที่ความผันผวนต่ำ บางประเภทเหมาะสำหรับการใช้งานรอบเหตุการณ์ข่าวสาร และบางประเภทเหมาะกับการถือสถานะค้างข้ามช่วงสุดสัปดาห์
ข้อมูลต่อไปนี้เกี่ยวกับประเภทคำสั่ง อาจเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกใช้ประเภทคำสั่งที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ
คำสั่งตลาด
คำสั่งตลาดจะเข้าหรือออกจากสถานะโดยทันทีที่ราคาที่ดีที่สุดที่มีอยู่2 เป็นประเภทคำสั่งที่ถูกใช้บ่อยที่สุดกับ FXCM
ลักษณะของ Slippage
คำสั่งตลาดสามารถได้รับทั้ง positive slippage และ negative slippage คำสั่งตลาดแบบ ‘market range’ ให้ความแน่นอนของราคา (price certainty) แต่ไม่ให้ความแน่นอนของการถูกดำเนินคำสั่ง (execution certainty) ขณะที่คำสั่งตลาดแบบ ‘at market’ ให้ความแน่นอนของการถูกดำเนินคำสั่ง แต่ไม่ให้ความแน่นอนของราคา
At Market และ Market Range
คำสั่งตลาดของ FXCM มี 2 ประเภท: ‘at market’ และ ‘market range’
การเลือก ‘at market’ คือสั่งให้คำสั่งถูกจับคู่ที่ราคาตลาด ซึ่งอาจเป็นราคาที่คุณร้องขอ ราคาที่ดีกว่า หรือราคาที่แย่กว่า ขึ้นกับสภาวะตลาด ราคาที่ถูกดำเนินการถูกกำหนดเป็นหลักโดยความผันผวนของราคา ณ เวลาที่คำสั่งถูกดำเนินการ
การเลือก ‘market range’ คือสั่งให้คำสั่งดำเนินการทันทีเฉพาะเมื่อราคาที่ดีที่สุดอยู่ภายในช่วงราคาที่กำหนด หากราคาที่มีอยู่จริงอยู่นอกช่วงที่กำหนด คำสั่งจะไม่ถูกดำเนินการ ประเภทคำสั่งนี้จึงรับประกันความแน่นอนของราคา แต่ไม่รับประกันความแน่นอนของการถูกดำเนินคำสั่ง
แก่นสำคัญ
คำสั่งตลาดเหมาะเมื่อคุณต้องการเข้า/ออกตลาด “ตอนนี้” ประเภท ‘At Market’ รับประกันความแน่นอนของการถูกดำเนินคำสั่ง แต่ไม่รับประกันราคา ขณะที่ประเภท ‘Market Range’ รับประกันความแน่นอนของราคา แต่ไม่รับประกันการถูกดำเนินคำสั่ง
คำสั่งเข้า
คำสั่งเข้า (Entry Order) จะถูกกระตุ้นให้ดำเนินการก็ต่อเมื่อราคาตลาดไปถึงราคาที่กำหนดไว้ในคำสั่งเข้าเท่านั้น
ลักษณะของ Slippage
คำสั่งเข้ามีสองประเภท คือ stop entry และ limit entry โดยคำสั่ง stop entry สามารถเกิดได้ทั้ง positive slippage และ negative slippage ขณะที่คำสั่ง limit entry ถูกออกแบบให้ได้รับเฉพาะ positive slippage เท่านั้น
Stop Entry เทียบกับ Limit Entry
คำสั่งเข้าจะถือเป็น ‘stop entry’ เมื่อราคาที่ตั้งไว้ในคำสั่งเข้าเป็นราคาที่ “เสียเปรียบกว่า” ราคาตลาดปัจจุบัน (เช่น ราคาที่สูงกว่าหากคุณกำลังซื้อ และราคาที่ต่ำกว่าหากคุณกำลังขาย) คำสั่งประเภทนี้อาจถูกจับคู่ที่ราคาที่ร้องขอ ราคาที่ดีกว่า หรือราคาที่แย่กว่า ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด การใช้คำสั่งประเภทนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวหรือภาวะตลาดผันผวน อาจทำให้คุณเผชิญ negative slippage ได้
คำสั่งเข้าจะถือเป็น ‘limit entry’ เมื่อราคาที่ตั้งไว้เป็นราคาที่ “ได้เปรียบกว่า” ราคาตลาดปัจจุบัน (เช่น ราคาที่ต่ำกว่าหากคุณกำลังซื้อ และราคาที่สูงกว่าหากคุณกำลังขาย) คำสั่งประเภทนี้ถูกออกแบบให้จับคู่ได้เฉพาะที่ราคาที่ร้องขอหรือดีกว่าเท่านั้น ดังนั้น นักเทรดจะได้รับความแน่นอนของราคา (price certainty) แต่ไม่ได้รับความแน่นอนของการถูกดำเนินคำสั่ง (execution certainty) การใช้คำสั่ง limit entry เพื่อเปิดสถานะ โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวหรือภาวะตลาดผันผวน อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการใช้ stop entry เพราะสามารถหลีกเลี่ยง negative slippage ได้
แก่นสำคัญ
คำสั่งเข้า (Entry Orders) เหมาะเมื่อคุณต้องการเข้าออกตลาดที่ราคาซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อตลาดมีความผันผวนสูง คุณสามารถใช้คำสั่ง limit entry ในการเปิดสถานะแทน stop entry หากต้องการหลีกเลี่ยงความเป็นไปได้ของ negative slippage โปรดทราบว่า คำสั่ง limit entry ไม่ได้ให้ความแน่นอนของการถูกดำเนินคำสั่ง (execution certainty)
คำสั่ง Stop และ Limit
คำสั่ง stop ถูกออกแบบให้ดำเนินการที่ “ราคาตลาด” ซึ่งอาจเป็นราคาที่คุณร้องขอ ราคาที่ดีกว่า หรือราคาที่แย่กว่า ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด การออกแบบลักษณะนี้มีเหตุผลเพราะคำสั่ง stop มักถูกใช้เพื่อปิดสถานะที่กำลังขาดทุน คำสั่ง stop จึงให้ความแน่นอนของการถูกดำเนินคำสั่ง (execution certainty) แต่ไม่ให้ความแน่นอนของราคา (price certainty) ทำให้มีโอกาสเกิด negative slippage ได้
คำสั่ง limit ถูกออกแบบให้ดำเนินการที่ “ราคาที่กำหนด” หรือดีกว่า สำหรับนักเทรดจำนวนมาก ราคาของคำสั่ง limit มักตั้งไว้เป็นระดับทำกำไร (profit target) คำสั่ง limit ให้ความแน่นอนของราคา แต่ไม่ให้ความแน่นอนของการถูกดำเนินคำสั่ง เพราะจะถูกจับคู่ได้เฉพาะที่ราคาที่กำหนดหรือดีกว่าเท่านั้น
ลักษณะของ Slippage
คำสั่ง stop สามารถได้รับทั้ง positive slippage และ negative slippage ขณะที่คำสั่ง limit ถูกออกแบบให้ได้รับ positive slippage แต่ไม่เกิด negative slippage
แก่นสำคัญ
คำสั่ง stop และ limit เหมาะเมื่อคุณต้องการออกจากตลาดที่ราคาซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อตลาดมีความผันผวนสูง คุณสามารถใช้คำสั่ง limit เพื่อปิดสถานะเพื่อให้ได้ความแน่นอนของราคา (price certainty)
1 บทความนี้มิได้มีเจตนาใด ๆ ที่จะสื่อว่า FXCM มีขีดความสามารถหรือระดับประสิทธิภาพเฉพาะเจาะจง ตัวเลขต่าง ๆ ที่ปรากฏในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาให้ใช้เพื่อการเทรดหรือเป็นคำแนะนำใด ๆ ทั้งสิ้น FXCM ไม่รับผิดชอบต่อความผิดพลาดของข้อมูล ความไม่ครบถ้วน ความล่าช้า หรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกิดจากความเชื่อมั่นในข้อมูลที่ระบุไว้ในที่นี้ ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งที่บ่งชี้ผลการดำเนินงานในอนาคต
2 ราคาที่ดีที่สุด: FXCM มุ่งมั่นที่จะมอบราคาที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าและให้คำสั่งทุกประเภทถูกดำเนินการที่อัตราที่ร้องขอ อย่างไรก็ตาม บางครั้งอาจเกิดภาวะที่คำสั่งซื้อขายต้องเผชิญกับการลื่นไถลของราคา (slippage) อันเนื่องมาจากความผันผวนหรือปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น